นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน)หรือ KBANKเปิดเผยว่าในปี2555 ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโต 12% หรือคิดเป็นยอดสินเชื่อ รวมทั้งสิ้น 4.8 แสนล้านบาทโดยเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 อยู่ที่ 4.28 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 52,000 ล้านบาท
ขณะที่รายได้รวมคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 12%จากปีก่อนที่ทำได้ 2.77 หมื่นล้านบาทหรือเพิ่มเป็น 3.07 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาด(มาร์เก็ตแชร์)ของธนาคารในตลาดดังกล่าวในปีนี้ขยับเพิ่มขึ้นเป็น 31% จากปีก่อน 30% โดยธนาคารยังคงครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 5
ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)นั้นธนาคาร จะพยายามควบคุมไม่ให้เกิน 3.48% จาก ปีก่อน แม้ในปีที่ผ่านมาจะมีเรื่องของปัญหาน้ำท่วมซึ่งอาจจะมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าแต่เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อธนาคารมากนัก อีกทั้งแนวโน้มของNPLก็ไม่น่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากปัญหาดังกล่าว
นายพัชรยังกล่าวถึงทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ประเมินว่าน่าจะมีการปรับ ลงอีกประมาณ 0.25-0.50% จากปัจจุบันที่ 3.25% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากปัญหาน้ำท่วมรุนแรงในปีที่ผ่านมา ส่วนปีนี้ปัจจัยเสี่ยงที่น่าเป็นห่วงยังคงเป็นเรื่องความผันผวนของเศรษฐกิจซึ่งจะมีผลต่อเนื่องมาจากปัญหาหนี้สินของยุโรป ซึ่งมาตรการต่างๆที่ออกมาก่อนหน้านี้ยังไม่มีความชัดเจน
นอกจากนี้นายพัชรกล่าวถึงการเข้ามารับตำแหน่งรองกรรมผู้จัดการสายงานธุรกิจเอสเอ็มอีในครั้งนี้ว่าถือเป็นความท้าทายซึ่งตนก็พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่โดยใช้จุดขายสำคัญที่ต่างกับคู่แข่งรายอื่นๆในเรื่องของเน็ตเวิร์ค(เครือข่าย)ของธนาคารที่มีความกว้างขวางและความตั้งใจในการให้บริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุดเพื่อสร้างรายได้ให้กับธนาคาร
อนึ่งสำหรับนายพัชร สมะลาภา ก่อนหน้าที่จะเข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าวเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)กสิกรไทยซึ่งเป็นบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น